Ann's profileAnn Ja+PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 23 ตัดสินใจเลือกแพลน&ซื้อตั๋วเครื่องบินดีกว่า
ใกล้แล้ว ใกล้ถึงเวลาที่เราจะบิน บิ๊น บิน ตามความฝันของเราแล้ว
December 16 23 ธันวา ยืดอกพกบัตรวันนี้ 16ธันวาคม เราไปเลือกตั้งนอกเขตมา
ไม่น่าเชื่อเลย คนเยอะมาก
ที่เขตบางนา ปีก่อนๆ เค้าจัดให้มาเลือกที่สำนักงานเขตบางนา เพราะคนน้อย แค่3000คน
แต่ปีนี้ ขอบอก พลิกล็อก กันน่าดู ถล่มทลาย........(รู้กันหมดว่ารุ่นไหน 5555)
คุณลุงเจ้าหน้าที่ใจดีบอกเราว่า 29000ที่เขตบางนา........โอ้แม่เจ้า กี่เท่ากันนะ
ปีนี้เลยต้องย้ายศูนย์เลือกตั้งเขตบางนาไปที่โรงเรียนศรีเอี่ยมแทน
ตอนเดินเข้าประตูโรงเรียนศรีเอี่ยมมา คนมาเลือกตั้งเดินพลุกพล่านยังกะมางานวัดแหนะ
มันทำให้รู้สึกว่า.....เฮ้ย ประเทศเราเปลี๋ยนไป๋
มันเห็นสัญญาณดีๆ สำนึกดีๆ ของคนไทยมากขึ้น ภูมิใจจัง
ไม่รู้เป็นไง เราเกิดนึกถึงในหลวงขึ้นมา นี่พวกเราที่ไม่รู้จักกันทั้งหลาย กำลังทำดีเพื่อท่านกัน
ทำดี เพื่อพ่อหลวง
เรารู้สึกดีจัง ที่เราเป็นส่วนหนึ่งในนั้น.........
รึอีกที อาจเป็นเพราะ ประเทศของเราบอบช้ำมามาก เจอวิกฤตมามาก
ทุกคนเลยอยากร่วมมือผลักดันไปในทิศทางที่ดี
แต่......ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็แล้วแต่ รู้แต่วันนี้ เราสุขใจจัง ที่เราไปเลือกตั้ง 55555
ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ไปเลือกตั้งกันด้วยนะ
23 ธันวา นะจ๊ะ พร้อมหน้าที่คูหา อย่านอนหลับทับสิทธิ์ตัวเองนะจ๊ะ
อืม อืม อีกนิดนึง
ขอชมการประสานงานของเจ้าหน้าที่เขตเลือกตั้งบางนาด้วยค่ะ ประสานงานยอดเยี่ยมชนะเลิศค่ะ
ไม่รู้ดิ เรารู้สึกดี๊ดี มีคนมาคอยรับ คอยถาม ทำงานรวดเร็ว
จัดกลุ่มเป็นภาค เป็นจังหวัด
ถึงคนจะเยอะ แต่ แปล็บเดียวก็เสร็จค่ะ ไม่ต้องรอนาน ขั้นตอนแค่15นาที ก็เสร็จ
วันนี้เราประทับใจมากเลยค่ะ....
June 10 ลิงดมกะปิเคยมีใครรู้บ้าง ว่าลิงไม่ชอบกะปิ เราเพิ่งรู้แหละ ตอนที่ได้อ่านหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ในหนังสือ เค้าเปรียบเทียบ พฤติกรรมของลิง กับ พฤติกรรมของคน อ่านแล้ว ก็รู้สึก อืม.....จิงจิงด้วยแหละ :) เค้าบอกว่า เจ้าลิง แสนจะเกลียดกะปิ ชาวสวนเค้ารู้ดี เค้าก็เลยเอากะปิไปทาตรงผลไม้ในสวน พอลิงไปขโมยผลไม้ มือมันก็ติดกะปิ.....
มันจะได้กลิ่นเหม็นทุกครั้งที่ยกมือตัวเองขึ้นมาดม แต่มันก็ยังยกมาดมอยู่เรื่อยๆ ดมกี่ที ก็เหม็น แต่ก็ยังมาดม........ แค่เลิกเอามือติดกะปิมาดม.......ก็ไม่เหม็น
เหมือนคนเราแฮะ เวลาเกิดเรื่องแย่ๆกับชีวิตเรา มีคนว่าเรา ด่าเรา ทำร้ายเรา ทิ้งเราไป เค้าทำกับเรามาตั้งนานแล้วแหละ แต่ตัวเราเองนี่แหละ กลับเอาเหตุการณ์เหล่านั้นกลับมาคิดอยู่ได้ คิดกี่ที ก็ทุกข์ใจเองทุกที แต่ก็ยังคิด...... แค่เลิกคิด......ก็ไม่ทุกข์
January 31 absolute phraseวันนี้ เป็นเนื้อหาหนักๆหน่อยนะ แต่ก็มีประโยชน์ ไว้เพิ่มทางเลือกเวลาเขียน passage จะได้มีความหลากหลาย เก๋กู๊ดดดที่สุดเลย
Absolute Phrase มันมีหน้าตาหลากหลายมากเลย แต่ที่พบกันบ่อยๆก็อยู่ในรูป N+ present/past participate เค้าบอกว่า มันมีหน้าที่ขยายประโยคทั้งประโยค ไม่ใช่คำใดคำหนึ่ง มันจะผูกติดกับประโยคเป็นฝาแฝดโดยจะมีพวกคออมม่ามากั้น แต่ไม่มีคอนเน็กเตอร์
เปรียบเทียบระหว่างประโยค กับ absolute phrase 1) ถ้าเป็นรูปcontinuous--->เหมือนอยู่ดีดีตัด V to be ไป
2) ถ้าเป็นรูปperfect ---> จะกลายเป็น having+V3 หรือ ตัดN ออก แล้วเป็น having+V3 หรือ V3 ขึ้นหน้าประโยคเลย *****
3) ถ้าเป็นรูป V+adj ---> จะกลายเป็น being+adj
This sentence could be rewritten like this:
December 31 ทำบุญรับปีใหม่ 2550กลับบ้านที่กระบี่ ตอนต้นธันวา
ญาติๆบอกเราผอมลง สวยขึ้น เป็นปลื้มเลย
ลุงรงณ์บอกว่า ปี50นี้ มีแฟนแน่ หุหุ
สมพรปากลุงเถอะค่ะ ห้า ห้า ห้า
เพื่อนเก่าตอนม.ปลาย 2 คน วันนี้กลางวันนัดกันไปทำบุญส่งท้ายปีเก่า
วัดพระแก้ว ศาลหลักเมือง วัดโพ วัดแก้ว
ทำบุญ อิ่มบุญ เจอเพื่อนเก่า สุขใจ
เป็นทริปที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบนะเราว่า เราเดินตระเวน ไหว้พระ อธิฐาน ขอให้แข็งแรง ปลอดภัย
คิดดี จิตใจดี คิดแต่สิ่งดีดี
ให้ครอบครัวดี แคล้วคลาดจากทุกข์ภัย ขออย่างนี้ซะทุกวัด
บุญคงช่วยเรา ตอนแรกกะจะกลับบ้านทางอนุเสาวรีย์ชัยกับเพื่อน
แต่เปลี่ยนใจ ไม่งั้น เราอาจตกเป็นเหยื่อระเบิดไปแล้วก็ได้
เพราะไปไหว้ศาลหลักเมือง แล้วตั้งใจอ่านบทบูชาแน่ๆ
ลูกช้างแคล้วคลาดแล้วค่ะ เห็นผลไวจริงๆ ....สาธุ
เพื่อนเก่าตอนม.ปลายอีกคน มีบล็อก เมื่อกี้ไปอ่านมา
เค้ากำลังไม่สบายใจ ไม่สมหวัง อ่านแล้ว เศร้าอ่ะ
แต่ก็รู้สึกว่า อืม...นี่แหละชีวิต มันเลือกไม่ได้
เรารักเค้า ทำดีกับเค้าขนาดไหน ถ้าไม่ใช่....
เค้าก็มองไม่เห็น
คนอื่น ที่ไม่เคยทำอะไรให้ แต่ใช่
เค้าก็รัก
------ ปริ่มปากเขื่อน เลยแอน ------
เพื่อนเก่าตอนม.ปลายอีกคน อยู่ไกลแสนไกล
ปีใหม่ เลยอยากส่งความคิดถึงมาหา
เลยเขียนอีเมลมา 1 หน้ากระดาษเต็ม
เชื่อมั๊ย ความทรงจำเก่าๆมันวิ่งออกมาโชว์ตัวเพียบเลย
คิดถึง วันวานเหล่านั้นจัง
------ เขื่อนแตก เลยแอน ------
เอาหล่ะ ปีใหม่แล้วนะ เราขออวยพรเพื่อนๆ
1. ให้คิดดี ทำดี เห็นแก่ส่วนรวมให้มากๆนะ บ้านเมืองเราจะได้น่าอยู่ขึ้น
2. ให้ร่ำให้รวย จากความสุจริต และอุตสาหะ
3. ให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัย ไข้เจ็บ (และระเบิด)
4. ใครที่โสด ให้ได้เจอเนื้อคู่จริงๆ ที่รักจริง ไม่หลอกให้ช้ำใจ
5. ใครไม่โสด ให้หวานชื่น รื่นรมย์
6. ให้การงานดี ราบรื่น นายไม่ดุ ผู้ใหญ่เล็งเห็นความดี แล้วก็โปรโมท
8. ใครเรียนอยู่ ให้ผ่านฉลุย ใครวางแผนจะเรียนต่อให้สมหวังซักที
9. ให้ครอบครัวของท่าน สุข สมบูญ แคล้วคลาดจาก ภยันตรายใดๆ
10. ใครหางานใหม่ ให้ได้อย่างที่ฝัน
สาธุ สาธุ
December 08 เมื่อสาวบ้านนา ไปดังที่เมกาห้า ห้า ห้า
ดังแล้วเพื่อนๆ ครอบครัวที่เราไปอยู่ด้วยที่เมกาหน่ะ เค้าเขียนเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเราลงหนังสืพิมพ์ท้องถิ่น
เป็นปลื้มเลย! เราตัดมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน
มีข้อแม้ว่า อ่านแล้ว ห้ามล้อชื่อพ่อแม่เรานะ หุหุ
------------------------------------------------------
Bucks County Herald – December 7, 2006
Chatree Sakunbunma from Thailand Dear Friends, Good morning. My column about how Upper Bucks public schools teach math sparked several emails…all of them were opposed to the Integrated Math program. As I read them, I thought about Chatree Sakunbunma the headmaster of a senior high school in Krabi Thailand. Sakunbunma won a Fulbright Administrative Exchange at the United Friends School in Quakertown. Craig Sellers is the headmaster of UFS. Because UFS is emphasizing Asia this year, Sellers suggested a cultural exchange through the Fulbright program. Chatree lived in Quakertown with several families for six weeks during October and November. The Lee Rush and Sellers families hosted Chatree. Sellers leaves for Thailand later this month. Chatree’s wife, On (pronounced Ann), and his oldest daughter, Ann, lived with us for two weeks. I must say that their English is considerably better than my knowledge of the Thai language. The Sakunbunmas were a joy. "There’s a real light burning in her eyes," Sellers told me referring to Ann. She’s only five feet tall but mighty. Chatree is the head of a school with 1,900 students in grades seven through 12. He administers to 54 teachers where each class size approximates 50. On is a headmistress but in a different school with 600 students in grades one through six. I asked Chatree and On how Thai schools teach math? I was not surprised by their answer. It is basic, traditional math, not the new system that many American schools have been using since 1989. Children learn to add, subtract, multiply and divide by rote…just as I learned math 60 years ago. I showed him a New York Times article (Nov. 14), which stated that at a time of increasing globalization, the math skills of our children do not measure up. "American eighth-graders lag far behind those from Singapore, South Korea, Hong Kong, Taiwan, Japan and elsewhere on the Trends in International Mathematics and Science Study, an international test," the Times reported. Chatree was not surprised. And he was not surprised that the National Council of Teachers of Mathematics is recommending that public schools go back to basics. The Council now recommends that public schools abandon the "Mile wide, inch deep, state standards that force schools to teach dozens of math topics in each grade," the Times article continued. The Palisades school district is making changes. This month, parents and students will decide whether children will continue with Integrated Math [the so called new math] or opt for traditional math instead. Palisades is preparing to teach both methods. Pennridge continues with Integrated Math but uses traditional math simultaneously. Quakertown is not sure what to do. A committee of teachers and parents will make recommendations to the school board in February. But I stray. Chatree is also an entrepreneur. He owns a 100-acre farm, which produces oil and rubber from palm and rubber trees. He has three employees but hires an outside contractor for harvesting. Most Thais follow the Buddhist religion although Muslims occupy parts of the south. Rice, fish, vegetables, eggs, and green tea are basic staples. They cook with vegetable oil, not butter. Like most Thais, the Sakunbunmas are slender and shorter than Americans. I didn’t see any fat Thais in their photographs. They were surprised by the size of our people…and the size of the portions which restaurants serve. Chatree and his family visited museums as they toured New York City, Philadelphia, and Washington. They experienced rowing on the Schuylkill River from a coach’s launch. We saw the Sakunbunmas at work and at play. The Sakunbunmas thrilled the children at UFS every school day. One Sunday night, they introduced the students and their parents to Loy Krathong Day or the Thai Festival of Lights. In the 12th lunar month, at full moon, Thais send lotus shaped, flower laden and candle-lit floats called krathongs down the rivers of Thailand at high tide. Quakertown’s version was at the home of Kathy and Steve Redding. With a giant bond fire in the background, the children launched their homemade krathongs. It was quite a sight. There were tears at UFS on Chatree’s last day. Every student and teacher wore yellow, the Thai color that honors Thailand’s king. Chatree was overwhelmed. So were the children who so enjoyed Chatree’s radiant smile and good cheer. And they intuitively understood that Chatree was a kind, caring man. All of them hugged Chatree, On and Ann as they bid the Quaker school goodbye. There are several morals here. But probably the most important one is the exchange of cultures. If you get the chance to host a foreign family, by all means do so. You don’t have to be young or wealthy. We’re over 71. Over the years, we’ve had the benefit of having people from Australia, Japan, Sweden and Wales, and now Thailand live with us. It’s been an educational experience. Sincerely, Charles Meredith November 22 เมาเครื่องบินตอนขากลับค่ะตั้งแต่วันที่ 16 อ่ะ
วันนี้นเราคงตื่นเช้าไปหน่อย ตี4ครึ่ง กว่าจะนอนก็จะนอนก็ตี1เข้าไปแล้ว
ขึ้นเครื่องบิน
ต่อแรก philadelphia--> detroit
ทำท่าโอ๊กอ๊าก แต่เพราะยังไม่ได้กินอะไร เลยไม่น่ากลัว(และน่าเกลียด)
ต่อที่2 detroit--> Narita
ประมาณบ่ายโมงถึงจะได้กินข้าว เนื่องจากเราไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้านะค่ะ
เราเลยฟาด เอ๊ย ทานซะเรียบเลย ทานเสร็จ ก็ขอหลับซักกะหน่อย.... สบายจัง
หลับซักพัก ตื่นขึ้นมา เอะไมมันมึนๆหล่ะค่ะ.....พะอืดพะอมด้วย
เริ่มมีอาการมวนท้องแทรกซ้อนอีก ตายหล่ะหว่า.... และแล้ว หุหุ ก็เป็นอย่างที่คุณคิดนั่นแหละ
พรวด พรวด พรวด ดีนะ คว้าถุงอ๊วกมาทัน ไม่งั้นเบาะที่นั่งคงได้หอมฉุย หุหุ
ต่อที่3 Narita--> Bangkok
พอมาถึงสนามบินนาริตะ เดินไม่ไหวแว้วค่ะ เหนื่อย เพลีย ปวดหัว
ของที่ยายนาตาลีฝากซื้อ ก็ไม่ได้เดินดู
ตอนแรกวางแผนมั่นเหมาะว่าขากลับจะช๊อปกระจาย ปรากฎว่าได้แต่เหี่ยวหมดแรง
เรานอนยาวบนเก้าอี้เลย ไม่สนใจใครทั้งสิ้น ใครจะว่าสาวไทย ไร้ความงาม เราก็ไม่สน
เรานั่งคอยเปลี่ยนเครื่องซักชั่วโมงมั้ง ก็ขึ้นเครื่องต่อ
พอเครื่องเริ่มออกตัวกลับเมืองไทยเท่านั้นแหละค่ะ เจ๊แกก็มาอีกรอบนึง เฮ้อ กรรม......
แต่ในที่สุดก็กลับถึงสุวรรณภูมิโดยปลอดภัยค่ะ เหนื่อยจัง....นั่งเครื่องบินเนี๊ยะ
November 14 last day at schoolToday is my last day at United Freind School,PA. On the meeting, children in every grade wore yellow. Some posted yellow post-it paper in case of non-yellow costume. They wore fpr good-bye meeting. So lovely! They sang a song for us(Dad Mom and me). We couldn't stop crying. kids in grade 1,2,3 came to hug me and surrounded us. That's so impressing. In the afternoon kids grade 5,6 did surprised cards and gave to us. Some make a little gifts to us. I quite close to these kids(5-6 grades) because I had participated many classes with them:social spanish and music classes and again hug, hug and hug. and.......tear I don't know why I cry easily. I just have met this childrens 2 weeks ago. They are so lovely! This evening I go to say good bye with every class, everyone try to hug us. Lovely kids. As I told, Kinderkarten kids call me princess because of my "Taree-Keepat"costume. They told me bye-bye princess! 5555 I'll show you their photos as soon as I arrive thailand. Since, I cannot manage this Apple computer. Yuck! Sick....Yuck!Hi again from Quakertown,Pennsylvania I was sick 2-3 days when I went to washington DC. I had a teriible cold. All friends, please forgive me if i cannot buy things you asked for. I lost many chances to buy. Anyway, I'm going to manage to buy some instead . I'll write you about DC again when I come back to Thailand. Yesterday, my family threw out a party for thank you everyone. We cooked plenty of thai food. I made plates of fried rice, Tom kha kai, and Pad Phak. There were around 40 people come to join. Everyone love our food even kids. I'm very pround of myself. How good in cooking I am? 55555. You know, my mother didn't do much in cooking while I did a lot 555555 OK I have to go See u soon in Thailand Bye Bye USA !!! November 06 A lot of fun here in USAHi My Fans,
It's might be funny if u read my blog in English. Although you don't like it, you have to.
Because now i'm working on other computers.
It's valuable memory. I'll die if I did'nt come here. I think I can quit my jobs for this trip. 5555
People are so kind to me. They are all smile, helpful and friendly.
There are alot of people come to invite us to stay or have a breakfast at their houses.
Even my mother are really happy to be here. We are enjoy to try various of food not only American food.
Sometimes, they pick us to Itlian and Japanese Restaurant. And ....Everything .....FREE!
How nice they are. Hah?
Last night they set "Loy Kratong " Festival here.
It's very interesting that they are happy to make and float their "Klatong"
I taught them to "Ram-Wong" and just last 20 minutes I showed "Taree-Keepat" dance with my mother.
It impress them so much.
Tonight, I will come to one of their house for dinner in New Jersey. I'll met one of thai girl. She's daughter of thai ambassor.
My problem is I cannot use my own computer!
They have wireless, my computer found their wireless but I cannot use my internet explorer.
I know I have to set something but I don't know? 5555
Miss u all
Ann October 19 ไปเมกาคราวนี้ สนุกแน่อันนี้ เป็นข้อความตัดต่อมาจากบันทึกของพ่อเรา
ไทยแลนด์ฟีเวอร์ เขาคงคิดหาทางไม่ให้เปลืองเข้าสุกที่ต้องดูแลผม เด็กทุกระดับชั้นในโรงเรียนถูกยุให้สนใจสิ่งที่เกี่ยวกับเมืองไทย เช่น ครูสังคม เกรด ๗ – ๘ มาวางแผนร่วมกับผมเรื่องการสอนเกี่ยวกับเมืองไทย การเมืองไทย ชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ ครูเกษตรมาวางแผนเรื่องการปลูกผักในเมืองไทย โดยเตรียมแปลงปลูกไว้หลังโรงเรียน... ครูดนตรีมาหารือแผนงานใหญ่เรื่องการจัดงานวันลอยกระทงที่จะมีครูอ่อนและหนูแอนร่วมกิจกรรมด้วย เธอรับอาสาจะหาต้นกล้วยและใบตองมาให้ครูอ่อนสอนการทำกระทง และวาดหวังจะสอนให้เด็กทั้งโรงเรียนร้องเพลงลอยกระทงและรำวงเสียเลย... ครูภาษาอังกฤษมาหารือเรื่องการเทียบอักษรไทยกับอังกฤษ ครูสอนภาษาสเปนมาหารือเรื่องการสอนภาษาที่สองในเมืองไทย ฯลฯ.... อีกอย่างนึง..........
อันนี้เลยที่เราใฝ่ฝัน เค้าจะเราแสดงบนเวทีด้วย ฟ้อนรำไทยๆ ทำนองนั้น (เข้าทางเวย เราชอบ)
เรากับแม่ตัดสินใจรำตะลีกีปัด(รำพัดของทางใต้) เพราะว่า ดนตรีสนุกสนาน แต่งตัวไม่ยาก ท่วงท่าสวยงามน่างวยงง
และที่สำคัญ .......... เรากับแม่รำเป็น
ห้า ห้า เราต้องสวยแน่ๆเลย คอยดูนะ จะรำให้ชดช้อยเลย
September 23 ฮุเล้! ได้วีซ่าท่องเที่ยวเมกา 10 ปีห้า ห้า ห้า
นับว่าเป็นความโชคดีของเรา ที่นัดวันทำวีซ่าไปเมกาก่อนวันปฎิวัติ
เรา แม่ พ่อ ไปสัมภาษณ์วีซ่าตอนวันจันทร์ที่18 กย. ฉิวเฉียดเลยว่ามะ
ไม่รู้ว่าหลังปฎิวัติแล้วจะขอยากขึ้นอ่ะเปล่า
สงสารคนอื่นๆเหมือนกัน ส่วนเราสมใจแล้ว หลังจากเตรียมตัว เตรียมเอกสารตั้งมากมาย
ช่วงนั้น ไม่เป็นอันทำไรเลย บล็อกก็ดองจนเน่าไปเลย หายใจเข้าออกเป็น "วีซ่า"
เพราะว่าอยากไปจริงๆ เกิดมายังไม่เคยไปต่างประเทศเลย
ยกเว้นประเทศเพื่อนบ้านจำพวก ลาว เขมร มาเลงี้ ไปแบบนังรถยนต์ถึง ไม่ต้องนั่งเครื่องอ่ะ
แต่เชื่อมะ เค้าไม่ได้ดูเลยเอกสารที่เราขนไปมากมาย หลักฐานการเงินก็ไม่ขอดู ได้มาแบบงงๆ
ก่อนหน้านี้ เราเข้าไปอ่านประสบการณ์คนอื่นๆที่ pantip.com โต๊ะไกลบ้านอันแสนอบอุ่นมา
ก็มีทั้งคนที่ผ่านและไม่ผ่าน ตามคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ เราก็เลยเครียดอยู่เหมือนกัน
เพราะเราก็ใช่ว่าจะคุณสมบัติดีเด่อะไร อะเราจะจำลองสถาณการณ์ให้ฟัง
แม่เราได้บัตรคิวที่ 29 เรา 30 พ่อเรา 26 แต่พ่อเราสัมภาษณ์เสร็จแล้วอย่างฉลุยเพราะพ่อเราไปดูงานไง มีสถาบันรับรอง ได้ชัวร์
พอเจ้าหน้าที่เรียกบัตรคิวของคุณแม่เรา "หมายเลข 29 ช่อง10 ค่ะ"
แม่เราเดินไป เราเดินตามหลังไปเชียร์ด้วย
แม่หันมาคุยกะเรา : ฝรั่งแหละ ทำไง บอกแล้วพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งหนุ่มหล่อเลยค่ะ มีรูปน้องชามนางสาวไทยอยู่ด้วยตรงโต๊ะเค้า
คุณฝรั่งยิ้มหวานค่ะ
ฝรั่ง: วางหนิวบนเครื่องเลยคร้าบบ (วางนิ้วตรงเครื่องสแกนอ่ะค่ะ)
แม่เรา ทำตามโดยดี
ฝรั่ง: เอ้าหมายเลข 30 ลูกฉาววางหนิววบนเครื่องเลยคร้าบบ
เรา ทำตามโดยดี พร้อมยิ้มหวานไว้ก่อน (เอาวะ เค้ายังชอบน้องชามเลย น้องแอนก็ต้องสู้ค่ะ)
ฝรั่ง: ขุณจาไปทำอาไหร๋ที่อเมริกาครั๊บบ (คุณจะไปทำอะไรที่อเมริกาครับ)
แม่เรา: เค้าพูดว่าไรอ่ะ ฟังไม่ออก -_-"
เรา : เค้าถามว่าแม่จะไปทำไรที่เมกาค่ะ
แม่เรา : อ๋อ อิชั้นจะไปเยี่ยมสามีค่ะแล้วก็ dshgugiu*/*/+13525437nkdlgh
ฝรั่ง: (ชักฟังไม่ออก) แหลวสามี๋ขุณไปทำไหร๋ที่เมกาครั๊บบบ
แม่เรา : ฉอด ฉอด ฉอด
ฝรั่ง: แหลวมีวีซ่าสามี๋ขุณไหมครั๋บบ
แม่เรา: ยังไม่ได้ค่ะ เพิ่งมาทำวันนี้เหมือนกัน
พ่อเรา (ที่ตามมาสมทบอีกคน): ทำแล้วครับเมื่อกี้
ฝรั่ง (หันไปคุยกับช่องข้างๆ ที่พ่อเราสัมภาษณ์เมื่อเช้าพักนึง): ขอให้เดิ๊นถางโดยสวัสดิภาพคร๊าบบ
จบ--------
ง่ายกว่าที่คิดไว้ตั้งเยอะแหนะ ดีใจจัง
September 05 เอาเบียร์หมักผม นุ่มดี....เอิ้กผมเรา ก็อย่างที่รู้ ค่อนข้างแห้ง ค่อนข้างฟู ค่อนข้างไร้น้ำหนัก
ค่อนข้าง.....น่ารำคาญ(จริงๆนะ ใครผมไม่ฟู ไม่เข้าใจหรอก)
ดีหน่อยพักหลังๆ มีเทคโนโลยี re-blonding เทคโนโลยีใช้ความร้อนและสารเคมี
ไปปรับโครงสร้างพันธะของอะตอมเส้นผม
ให้โมเลกุลผมจัดเรีบงตัวใหม่ให้ตรงสลวย
แน่นอน เราต้องเป็นขาประจำรีบลอนด์
ทำบ่อย ผมก็เสีย ที่เคยเสียอยู่แล้ว กลายเป็นเสียม๊าก..มาก
ป็อปปี้เพื่อนเราบอก "แอน แอน เอาเบียร์มากมักดิ นุ่มดีนะ สระก็ง่ายไม่เหนียว"
เอาวะ รักเพื่อนก็ต้องเชื่อเพื่อน
เป็นอันว่า ไปเดินซื้อเบียร์กระป๋องที่ tops ใกล้บ้าน เลือกญี่ห้อถูกสุด เบียร์อาชา
เดินมาจ่ายตังค์ เจอคนหล่อ....แต่ ต๊ายมือชั้นถือเบียร์อ่ะ เค้าจะมองชั้นเป็นผู้หญิงขี้เมาอ่ะเปล่า
ชวดเลย...........
เพราะป็อปปี้แท้ๆ (หามาคืนเลย 1คน)
เอามาหมักก็ดีอ่ะ กลิ่นมันมึนดี สระเสร็จ คืนนั้นหลับสบายเลย
นี่ขนาดไม่ได้แอบซดนะ ยังขนาดนี้ ถ้าลงคอ ยายแอนพับแน่ หุหุ
สรุปผล: ก็ดีนะ ไม่แพง หมักแล้วก็นุ่มขึ้น จนคุณรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง
August 27 เข็มทิศชีวิตเข็มทิศ ปกติเค้าใช้บอกทิศเรา เหนือ-ใต้-ออก-ตก จะได้เดินไปถูกทาง .................ไม่หลง เอ ถ้าเป็นเข็มทิศชีวิตหล่ะ .............................................................. มันคงบอกได้ว่าชีวิตเราควรดำเนินไปอย่างไรถึงจะถูก ถึงจะดี แบบถูกทาง ที่เกริ่นมาทั้งหมดก็จะนำเข้าหนังสือเล่มนึง ที่กำลังอ่านอยู่ “เข็มทิศชีวิต” เขียนโดยคุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ขอบอกว่า อ่านแล้วโดนสุดๆเลย
เคยได้ยินประโยคนี้มั้ย “หนังสือแค่เล่มเดียว อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตของคนๆหนึ่งได้” นี่เป็นเหตุผลนึงที่เรายอมลงทุนควักกระเป๋าซื้อหนังสือได้บ่อยกว่าดูหนัง
แต่ก็มีหนังดีๆที่เปลี่ยนชีวิตคนได้เหมือนกันนะ สำหรับเรา ต้องเรื่องนี้เลย Legally Blonde แปลกใจอะดิ อุอุ เรื่องนี้ตลกจะตาย จะไปได้สาระอะไร(ละฟะ)
ไม่รู้ดิ เวลาเราท้อแท้นะ เราจะนึกถึงตอนนางเอกElleไปงานparty โดนล้อ โดนดูถูกว่าผู้หญิงผมบลอนด์เหรอ จะมาเรียน law school เจ๊แกพุ่งกลับบ้านมาซื้อโน๊ตบุ๊ค แล้วก็มุอ่านหนังสือเลย
มันฝังใจเรามาก ว่าอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค สิ่งที่ใครๆคิดว่าเราทำไม่ได้ แท้จริงแล้ว เราอาจทำได้ดีกว่าใครๆ ถ้าเราพยายาม (ขอแค่เวลาให้ชั้นได้ทำเติมที่ก่อนเถอะ)
เพื่อนๆหล่ะ หนัง/หนังสือ เรื่องไหนเป็นเสมือนเข็มทิศเตือนใจได้บ้าง
ปล. 1) ตอนแรกจะเล่าเกี่ยวกับหนังสือนะ แต่มาเป็นหนังได้ไงไม่รุ อิอิ อาจเป็นเพราะ "ไม่มีเข็มทิศตอนเขียน เลยหลงประเด็นเลยตู" 2) เพื่อนๆว่าตัวหนังสือในบล็อกเรามันใหญไปรึเปล่าอะ (คือ เราชอบของหญ่ายยอ่ะ)
Awarded JokeThis particular joke won an award for the best joke in One Chinese person walks into a bar in America late As he was a great fan of his movies, he rushes over to Instead, Spielberg gives him a slap and says, "You The astonished Chinese man replied, "It was not the "Chinese, Japanese, Taiwanese, you're all the same," In return, the Chinese gives Spielberg a slap and Shocked, Spielberg replies, "It was the iceberg that The Chinese replies, "Iceberg, Spielberg, Carlsberg, August 26 ออดอ้อนแม่ยกและมิตรรักแฟนบล็อกทั้งหลาย อย่าได้หนีไปไหน
อันตัวเรานั้น ได้หายไปจากบล็อกถึง2 อาทิตย์ แต่เรายังรักกันเหมือนเดิม(นะจ๊ะเด็กโง่)
รักแอนนิดๆแต่ให้รักนานๆๆๆๆๆๆๆๆ
เต๊ง เตง เต่ง เตงงงงงงงง
..........................................................
หึหึ บ้าบอวะ
ช่วงนี้ยุ่งๆ ไม่ค่อยลงตัว
แต่ตอนนี้ก็เหมือนจะทุเลาเบาบางลงแล้ว
อยากอัพบล็อกก็มีหลายวัน แต่พอเข้ามาก็มีอันให้ตกกะใจ กับสีสันในบล็อก เขียวซะ....
ไม่รู้เมื่อไหร่จะลงตัวซักกะที
วันนี้คงไม่มีสาระมากมาย เจอกันพรุ่งนี้นะ
August 12 pride&prejudiceมีหนังสือเล่มนึงซื้อมานานแล้ว แต่ยังอ่านไม่จบ เป็นเพราะว่าชื่อตัวละครเยอะ จำยาก แล้วก็รูปประโยคมันซับซ้อนไม่วัยรุ่น มีทั้งpassive, inversion เต็มไปหมดเลย แต่ก็ยังอยากจะอ่านอยู่ดีนะเพราะรู้ว่ามันเป็นวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าเป็นแรงบันดาลใจให้วรรณกรรมยุคต่อมาอีกนับไม่ถ้วน แล้วก็หนังสือที่เราอ่านอีกหลายเล่มเลยที่ตัวละครในเรื่องเอ่ยถึงเรื่องนี้ อย่างเช่น princess diary ที่ย่าของเจ้าหญิงทรงบังคับให้เจ้าหญิงอ่านเพื่อเรียนรู้การวางตัวที่ดีในวงสังคมและการบริหารเสน่ห์โดยเฉพาะกับเพศตรงข้าม แล้วก็เรื่อง สาวนักเดทอีก นางเอกก็อ่านเรื่องนี้ แถมบอกอีกว่าใครไม่เคยอ่านนี่ตกยุกเลย แล้วก็อีกหลายต่อเรื่องเลย(ซวยเลย เริ่มนึกไม่ออกว่าเรื่องไรบ้าง ดันบอกว่าเยอะ นึกออกแค่2)
หลังจากนั้นรู้มาว่ามีคนเอาเรื่อง pride& prejudice มาทำเป็นภาพยนตร์ เราเลยพยายามชวนเพื่อนๆไปดูกัน แต่ก็ต้องเสียน้ำลายฟรี เพราะหายากที่อยากจะไปดูหนังย้อนยุครักๆแบบนี้ คนสมัยนี้มันต้องดูหนังรถซิ่งหรือยิงแหลก เลือดสาดเท่านั้น แต่เราไม่ชอบดูอ่ะเพราะดูแล้วมันหนวกหู แล้วก็ปวดหัวด้วย เราชอบดูหนังที่ดำเนินเรื่องเนิบนาบ ลึกซึ้ง แต่กินใจ มีนางเอกงามสง่า น่ารัก อ่อนหวาน แต่ก็ไม่ได้เสียดายหรอกที่ไม่ได้ดูในโรง อดใจมาเช่าวีซีดีก็ได้ ถูกกว่าตั้งเยอะแหนะ แถมจะดูซักกี่รอบก็ได้ ถ้าไม่เบื่อกันซะก่อน
เมื่อวานไปเช่า vcd มา2เรื่อง เพราะรู้ว่าหยุดยาวที่ไม่ได้เที่ยวไหน ต้องเซ็งแน่เลย หนึ่งใน 2 คือเรื่อง pride&prejudice ดูไปรอบนึง แล้วกลับไปขุดหนังสือเล่มเก่ามาอ่าน ปรากฏว่าอ่านรู้เรื่องแฮะ ประโยคไหนยากๆก็หาแค่ subject ให้รู้ว่าใคร กับ verb ว่าทำไรแค่นั้น หุหุ พอได้ อ่านไปครึ่งเล่มเกิดสงสัยบางอย่าง เปิดหนังดูอีกรอบ กรอไปกรอมาตรงประโยคเด็ดๆที่ตรงกับในหนังสือ อืมฟังยากอีกเหมือนกัน
แต่สรุปแล้ว ถือว่าเป็นหนังเยี่ยมเลยนะ วิวสวยมาก นักแสดง เสื้อผ้า แสง สี สวยสดงดงาม เป็นธรรมชาติที่ซู๊ดดดดด
ขอชมเชยผู้กำกับที่หาโลเกชั่นอะ มันดูเนียน บ้านนอก แล้วก็โบราณดี แล้วก็นักแสดงด้วย นักแสดงที่แสดงได้เหมือนตัวละครในหนังสือเลยสำหรับเรามี 2 คนค่ะ 1.นางเอกจ้า Keira Knightley แสดงเป็น Elizabeth เป็นผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรี กล้าพูด ฉลาด ซุกซน น่ารัก และสวย+มีเสน่ห์ 2.ลูกสาวคนโต Rosamund Pike แสดงเป็น Jane เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน เป็นแม่บ้าน จิตใจดี ใจดี โอบอ้อม
August 10 เตรียมตัวขอวีซ่าไปเมกาแหะ แหะ มิตรแท้แฟนบล็อก อ่านหัวเรื่องแล้วไม่ต้องต๊กกะใจไป เรายังไม่ได้ไปเรียนต่อร๊อกกก แค่ติดตามมายแด็ดดี้ไปท่องเที่ยวระยะสั้นๆเท่านั้น
แถมวีซ่าก็ยังไม่ผ่านเลยอุอุ อาจจะไม่ได้ไปก็ได้ เพราะวีซ่าเมกานี่ขึ้นชื่อเลยว่าหินสุดๆ มีผู้คนมากต่อมากแล้วที่ต้องผิดหวังกับการขอวีซ่าไปประเทศนี้ (ช่างน่ารันทด)
เราต้องขอวีซ่าประเภท J2แหละ J2คือพวกผู้ติดตาม J1 นั่นเอง J1คืออะไร J1ก็คือวีซ่าของพวกที่ได้ทุนไปเรียนฟรี ไปทำงานวิจัย นักเรียนแลกเปลี่ยน อะไรทำนองนี้ พอดีพ่อเราเป็นJ1 เราเลยเป็นJ2
ทีนี้ การขอวีซ่าไปเมกานี่ เค้าต้องจัดการซื้อ pin ก่อน ซื้อpinเพื่อเข้าเวบไปจองวันสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับเจ้าหน้าที่สถานทูต ของเราซื้อพินแล้ว ราคา400บาทขาดตัว แต่ยังไม่ได้จองวัน เพราะว่าพอเข้าไปนะ เค้าบอกว่า J2 ต้องมีฟอร์ม DS2019 เราก็เง็งเลยอะ ไรฟะ ไม่รู้จัก ชื่อยาวจิง
ทำไงได้ ก็ต้องพึ่งเวบที่รัก pantip.com/klaibaan เลยค่ะ ไม่ได้เข้าไปโพสท์หรอก ผู้ใช้งานเป็นอย่างเราจะไม่ตั้งกระทู้สุ่มสี่สุ่มห้าให้คนอื่นเค้าว่าได้หรอกค่ะ เราต้องsearch ดูซะก่อนว่ามีคนเคยถามคำถามแบบนี้มั้ย ก็serach เลยจ๊ะ เจอมาเพียบ อ่านไปอ่านมาได้ความ(แบบเดาผสมด้วยอะน่ะ) ว่ามันคือเอกสารที่ว่าด้วยการรับรองจากสถาบันที่ส่งนักเรียนทุน/คนดูงาน เพื่อระบุว่าบุคคลคนนั้นเป็นนักเรียน หรือเป็นผู้ติดตามไปจริงๆนะ
เราก็เลยโทรศัพท์หามายแด็ดดี้เลยว่า พ่อพ่อขอDS2019 เผื่อหนูด้วยนะจ๊ะ ซึ่งพ่อก็ดูงงๆอยู่ เพราะตัวพ่อเราเองนั้นก็ยังไม่เริ่มทำเลย แถมมีเจ้าหน้าที่เค้าคอยจัดการให้ พ่อเลยบอกเดี๋ยวพ่อโทรไปถามให้ละกัน คืนนี้แหละเราจะโทรถามอีกรอบว่าเป็นไงบ้าง
อืมๆ ตอนsearch หา DS2019 เราบังเอิญไปเจอบล็อก บล็อกนึงแหละเค้าเป็นคนไทยที่ไปทำresearchอยู่ที่นิวยอร์ค เค้าเขียนบล็อกเล่าเรื่องราวของเค้าในเมกาได้ฮามากๆ เราอ่านติดต่อกันนานร่วม2ชม. อ่านจนปวดตา สนุกสุดๆ หัวเราะอยู่คนเดียวซักพัก ไม่ได้แล้วโว้ยต้องแบ่งปัน อยากมีเพื่อนร่วมหัวเราะ ส่งurlทางmsn ไปให้พี่ทิพย์ พี่ดุษ ต่าย แล้วก็คะยั้นคะยอให้อ่าน วันนี้เจอจอยยังไปบังคับให้มันอ่านอีก ผลปรากฏว่า ต่ายชอบ ต่อยบอกว่าอ่านรวดเดียวจบหมดเลยทั้งบล็อก(อึดนะนี่) พี่ทิพย์ก็ชอบ เขียนอีเมลมาขอบคุณเราใหญ่ที่แนะนำ จอยยังไม่รู้เพราะมัวเมาท์เรื่องเอ๋ เอ๋มันเพิ่งไปนิวซีแลนด์ตอนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (ถ้าเปิ้ลผ่านมาเปิ้ลคงจำเอ๋ได้นะ ที่เจอกันที่วัดพระแก้วหนะ) อิอิ อิ่มเอมจัง เพื่อนๆมีความสุขอะฮั้นก็มีฟามสุขด้วยค่ะ
อะอะ นี่ไงlink ใครสนใจตามเข้าไปอ่านนะ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=itums&month=08-2006&date=08&group=1&blog=1
เราไปเมนท์ให้เค้าด้วยแหละ 1 อัน จำไม่ได้แล้วว่าอันไหน
อืม อีกเรื่องนึงที่เราต้องทำหลังจากที่ได้วันนัดหมายสัมภาษณ์วึซ่าเรียบร้อยแล้ว คือการจองตั๋วเครื่องบิน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา เพราะว่าเราไม่เคย go abroad เลย ยกเว้นประเทศเพื่อนบ้านเราเช่น ลาว กัมพูชา แล้วก็มาเลเซีย เนี๊ยะ จะจองตั๋วก็พึ่งพี่ที่ออฟฟิศแหละ เป็นพี่เลขาชื่อพี่อ้อ เค้ารู้จักเอเจนซี่ที่ขายราคาถูก เราบอกเราเอาถูกที่สุดไม่เกี่ยงสายการบินเลยค่ะคุณพี่ ที่ถูกที่สุดคือ cathey ไม่รู้สะกดงี้ปะนะ ราคา 39000บาท แต่เช้านี้หนิงบอกเราว่าคุณหมออั๋นหาได้ถูกกว่าอีก แค่ 32000บาทเอง (อันนั้ลงที่ new york นะ) (อั๋น ถ้าผ่านมาช่วยคอนเฟิร์ม แล้วก็สงเคราะห์เรา ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้ด้วยนะ เราอยากได้ของถูกอะ)
แล้วก็เราอาจต้องขอจดหมายจากที่ออฟฟิศด้วยเพื่อรับรองว่าเราเป็นพนักงานที่นี่จริง เรามีงานทำเป็นหลักแหล่ง และพร้อมจะกลับเมืองไทยเสมอ อันนี้ เอาไปเผื่องั้นแหละ เพราะเราเป็นJ1 ไม่ใช่ B2 พวกท่องเที่ยว แต่ก็อย่างที่อ่านคำแนะนำจากในพันทิพย์ว่า เอาไปมากดีกว่าเอาไปขาด เผื่อเอาไว้ อุอุ
ตอนนี้เลยเห่อเรื่องไปเที่ยว พับเก็บโครงการหายูไว้ก่อนซักพัก จริงๆแล้วเราก็พอมีแคนดิเดทอยู่บ้างแล้ว แต่ก็ต้องลองเสี่ยงสมัคร TA/TF อีก ส่วนมากเป็นยูใน Pennsylvania เพราะเราคิดว่าตอนเราไปเที่ยวกับพ่อเราจะได้ไปเที่ยวเยี่ยมชมยูด้วย
มีทุนอันนึงก็น่าสนใจ (วิว อ่านอยู่ไหม) ทุนของ marshall university สมัครเป็น internship ซึ่งจะได้ฝึกงานที่มหาลัยด้วย เราโทรไปคุยกับเค้ามา เบ็ดเส็ดเราต้องจ่ายค่าที่พัก ค่าเรียน ค่ากิน 12000US$ ต่อปี เราก็กะว่าถ้าไปหางานทำเพิ่มก็คงพอลดหย่อนลงได้ซักอีกจำนวนนึง ต้องไปเช็คว่า เมืองที่มหาลัยตั้งอยู่ สามารถหางานทำได้หรือเปล่า เป็นเมืองรึในป่า อันนี้อาจต้องเข้าไปดูในเวบของยูหรือ www.50states.com แต่ แต่ เค้าต้องการคะแนนGMATด้วย 500 เราไม่มีหล่ะ ยังไม่ได้สอบเลย สงสัยต้องพิจารณาที่จะต้องสอบแล้วแหละ
วันนี้ พอแล้วปวดตา พูดมาซะยาวเลย ค่อนข้างออกไปทางแนวบ่นๆ เพ้อเจ้อไปหน่อย ให้อภัยกันนะ ไว้เจอกันใหม่จ๊ะ
สาธุ ขอให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีเถอะ July 28 เวบดีๆ เผื่อเพิ่มทางเลือกเพื่อนๆจ๊ะนี่เลยจ๊ะเพื่อน แอนภูมิใจเสนอเวบนี้มากกกกกกก
Bureau of Labor Statistics เป็นเวบของอเมริกาแหละ ข้อดีที่น่าสนใจของมันอยู่ที่ว่า ถ้าคุณไม่รู้ว่าอาชีพในดวงใจของคุณแท้จริงแล้วมันเป็นไงบ้าง(ในกรณีที่ไม่เคยสัมผัส ไม่ได้อยู่ในสายงานเดิมอะนะ) แล้วต้องการรู้ว่าอาชีพนั้นเค้าต้องทำอะไรกันบ้าง
คุณแค่พิมพ์ชื่ออาชีพลงไป หลังจากนั้นเค้าจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานนั้นออกมา *รายได้ต่อปี *ลักษณะงานที่ทำ *จุดเด่นจุดด้อยของงาน *ข้อจำกัดของงาน *ความก้าวหน้าของงาน *อาชีพที่เกี่ยวข้อง *และlinkที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
เราว่ามันเวิร์คมากๆเลยนะ สำหรับคนอย่างเรา ที่ไม่รู้ว่าอาชีพโน่นนี่ นี่นั่น เค้าเป็นไงกันบ้าง เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเราได้อีกว่า เราจะเลือกเรียนอะไร เพื่อที่จะจบมาแล้วทำอะไร ต่อไปจะรวยมั๊ย จะเครียดรึเปล่า ......
เนี๊ยะ ยังนึกเลยว่า ถ้าเมืองไทยมีเวบอย่างนี้บ้าง ท่าจะดีนะ เด็กไทยจะได้ไม่เรียนๆ ซิ่วๆกันอย่างนี้
อืม อืม อีกแหล่งข้อมูลนึงที่เวิร์คใช่เล่น คือ www.pantip.com/klaiban และ www.pantip.com/cafe/library สำหรับสอบถามที่เรียน คณะที่เรียน และอะไร ต่อมิอะไร อีกเยอะแยะ ที่นี่ เค้าอบอุ่นจริงๆนะ แต่ตอนนี้เราใช้search engine ของpantip ไม่ได้ ไม่รู้เป็นไร ใช้ปุ๊บ ขึ้นerror ทุกทีไปซิน่า เราเลยไม่ค่อยได้ใช้บริการ ต้องขอบคุณจอยลินที่แนะนำให้เรารู้จักpantip.com ตั้งแต่ตอนปี2 เพราะเรายังเป็นแฟนพันธุ์แท้เหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้เลย (3 ปีแล้วซิ) July 22 ลูกขอทาน ทำเราร้องไห้วันนี้ กว่าเราจะลุกจากที่นอนก็ปาไป 5 โมงเช้าแล้ว
ปวดหัวสุดๆ ขอบอก.....เราคงนอนมากไป
ตื่นมาก็เหงาเลย......งงจริง (เหงาแบบหาสาเหตุไม่เจอ)
คุยโทรศัพท์กับป็อปปี้เกือบชั่วโมง
อาบน้ำ แต่งตัว ไปกินข้าวที่ท็อปส์
กินไปก็นั่งอ่าน "ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน "ไปพลางๆ
ไม่คิดเลย คนก็เยอะแยะ เสียงก็จอแจ เราดันร้องไห้ได้
ก็มันเศร้าสุดๆเลยนี่นา คนเค้าเศร้าตั้งแต่ตื่นแล้ว ยังมารันทดใส่อีก
ใครทีไหนมันจะทนไหว ใช่มะ
หลังจากได้อายคนในท็อปส์ไปแล้ว เราเลยตรงรี่ กลับมาอ่านที่ห้องตัวเอง
(จะได้ร้องเสียงดังได้ไง) สมใจค่ะ เราร้อง continueต่ออีก 2 ชม.รวด
ตาบวมเลยค่ะ.... พี่น้อง
บวมมาก บวมแบบตั๊กบงกช ยังไงยังงั้น(เฉพาะตรงตานะ ที่เหมือน)
แต่ดูไปดูมา ก็สวยดีนะ วันหลังถ้าจะไปงานต่งงานแต่งใคร ร้องก่อนแต่งหน้า...ท่าจะwork
อ่ะ......ลองอ่านแล้วกันว่ามันกระตุ้นน้ำตา ได้ดีขนาดไหน
ไล่ตงจิ้น เป็นลูกของพ่อขอทานตาบอด มีแม่เป็นคนปัญญาอ่อน(แยกแยะไม่ออกเลยว่าใครคือลูก ใครคือสามี แล้วก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยทั้งเวลากิน เวลาถ่าย) ซ้ำแล้วยังมีพี่สาว 1 คน น้องๆอีก 12 คน หนึ่งในนั้นเป็นปัญญาอ่อนเหมือนแม่ ทั้งหมด 14 ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น "บุคคลดีเด่นของไต้หวัน" เพราะใจที่...ไม่ยอมแพ้ เพียงคำเดียว
ชีวิตวันๆของขอทานครอบครัวนี้ คือการเดินทางรอนแรมด้วยเท้าเปล่าหลายสิบกิโล เพื่อไปขออาหารกินประทังชีวิตไปวันๆ
ก็นะ.....อาหารที่ได้มาก็เป็นเศษอาหาร ส่วนมากบูดไปแล้วด้วยซ้ำ บูดก็ยังต้องกิน ไห้มันมีตกถึงท้อง บ้านที่อาศัยก็เป็นทุ่งนา ศาลเจ้า ใต้ต้นไม้ ชีวิตความเป็นอยู่แย่ยังไม่พอ แถมบางทีทำผิดนิดผิดหน่อย พ่อโมโหร้ายก็ตีจนเดินไม่ได้ ตีตีตี จนสลบก็มี
มีอยู่ตอนนึงโห.....เศร้าสุดๆ ก็เป็นตอนที่พ่อตัดสินใจจะส่งไล่ตงจิ้นเข้าเรียนหนังสือ(เป็นไงหล่ะ ข้าวยังไม่มีจะกิน แต่ยอมส่งลูกเรียน) เลยต้องขายพี่สาว(ที่ไล่ตงจิ้นสนิทและรักมากๆ)ไปให้ซ่อง พอพี่สาวรู้ตัวว่าจะถูกขาย ก็มาให้กำลังใจน้องให้ตั้งใจเรียน โดยไม่ยอมปริปากบอกน้องเลยว่าตัวเองจะถูกขาย เธอยอมเสียสละเพื่อน้องชายไปอยู่นรก (สุดๆเลย....ตอนนี้แหละที่เขื่อนน้ำตาเราแตก ฮือ ฮือ)
แถมตอนเค้าเรียนหนังสือนะ ก็ต้องอดทนต่อการดูถูกของเพื่อนๆ เรียนเสร็จกลับมา หุงข้าว ล้างจาน ทำความสะอาด ดูแล แม่และ น้องๆ แล้วก็เดินเท้าร่วม 30 กิโลไปขอทาน มีเวลานอนแค่คืนละ3-4 ชม
เอาหล่ะ แค่นี้แหละ หอมปาก หอมคอพอ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
หนังสือเล่มนี้ ติดอันดับขายดี(ที่1 มั้ง) ทั้ง "ซีเอ็ด" และ "B2S" (หลายสัปดาห์แล้วด้วย)
ใครสนใจกำลังอยากร้องไห้ เหมือนเขื่อนแตกละก้ ห้ามพลาดเลย
รึใครคิดว่าชีวิตตัวเองมันแย่ มันสุดจะทน แนะนำให้อ่านเลยจ๊ะ แล้วจะรู้ว่าคุณนะโชคดีขนาดไหน
เรามีlinkที่เป็นเรื่องเต็ม 4 บทแรก ให้อ่านกัน
|
|
|