Ann's profileAnn Ja+PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
July 28 เวบดีๆ เผื่อเพิ่มทางเลือกเพื่อนๆจ๊ะนี่เลยจ๊ะเพื่อน แอนภูมิใจเสนอเวบนี้มากกกกกกก
Bureau of Labor Statistics เป็นเวบของอเมริกาแหละ ข้อดีที่น่าสนใจของมันอยู่ที่ว่า ถ้าคุณไม่รู้ว่าอาชีพในดวงใจของคุณแท้จริงแล้วมันเป็นไงบ้าง(ในกรณีที่ไม่เคยสัมผัส ไม่ได้อยู่ในสายงานเดิมอะนะ) แล้วต้องการรู้ว่าอาชีพนั้นเค้าต้องทำอะไรกันบ้าง
คุณแค่พิมพ์ชื่ออาชีพลงไป หลังจากนั้นเค้าจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานนั้นออกมา *รายได้ต่อปี *ลักษณะงานที่ทำ *จุดเด่นจุดด้อยของงาน *ข้อจำกัดของงาน *ความก้าวหน้าของงาน *อาชีพที่เกี่ยวข้อง *และlinkที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
เราว่ามันเวิร์คมากๆเลยนะ สำหรับคนอย่างเรา ที่ไม่รู้ว่าอาชีพโน่นนี่ นี่นั่น เค้าเป็นไงกันบ้าง เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเราได้อีกว่า เราจะเลือกเรียนอะไร เพื่อที่จะจบมาแล้วทำอะไร ต่อไปจะรวยมั๊ย จะเครียดรึเปล่า ......
เนี๊ยะ ยังนึกเลยว่า ถ้าเมืองไทยมีเวบอย่างนี้บ้าง ท่าจะดีนะ เด็กไทยจะได้ไม่เรียนๆ ซิ่วๆกันอย่างนี้
อืม อืม อีกแหล่งข้อมูลนึงที่เวิร์คใช่เล่น คือ www.pantip.com/klaiban และ www.pantip.com/cafe/library สำหรับสอบถามที่เรียน คณะที่เรียน และอะไร ต่อมิอะไร อีกเยอะแยะ ที่นี่ เค้าอบอุ่นจริงๆนะ แต่ตอนนี้เราใช้search engine ของpantip ไม่ได้ ไม่รู้เป็นไร ใช้ปุ๊บ ขึ้นerror ทุกทีไปซิน่า เราเลยไม่ค่อยได้ใช้บริการ ต้องขอบคุณจอยลินที่แนะนำให้เรารู้จักpantip.com ตั้งแต่ตอนปี2 เพราะเรายังเป็นแฟนพันธุ์แท้เหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้เลย (3 ปีแล้วซิ) July 22 ลูกขอทาน ทำเราร้องไห้วันนี้ กว่าเราจะลุกจากที่นอนก็ปาไป 5 โมงเช้าแล้ว
ปวดหัวสุดๆ ขอบอก.....เราคงนอนมากไป
ตื่นมาก็เหงาเลย......งงจริง (เหงาแบบหาสาเหตุไม่เจอ)
คุยโทรศัพท์กับป็อปปี้เกือบชั่วโมง
อาบน้ำ แต่งตัว ไปกินข้าวที่ท็อปส์
กินไปก็นั่งอ่าน "ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน "ไปพลางๆ
ไม่คิดเลย คนก็เยอะแยะ เสียงก็จอแจ เราดันร้องไห้ได้
ก็มันเศร้าสุดๆเลยนี่นา คนเค้าเศร้าตั้งแต่ตื่นแล้ว ยังมารันทดใส่อีก
ใครทีไหนมันจะทนไหว ใช่มะ
หลังจากได้อายคนในท็อปส์ไปแล้ว เราเลยตรงรี่ กลับมาอ่านที่ห้องตัวเอง
(จะได้ร้องเสียงดังได้ไง) สมใจค่ะ เราร้อง continueต่ออีก 2 ชม.รวด
ตาบวมเลยค่ะ.... พี่น้อง
บวมมาก บวมแบบตั๊กบงกช ยังไงยังงั้น(เฉพาะตรงตานะ ที่เหมือน)
แต่ดูไปดูมา ก็สวยดีนะ วันหลังถ้าจะไปงานต่งงานแต่งใคร ร้องก่อนแต่งหน้า...ท่าจะwork
อ่ะ......ลองอ่านแล้วกันว่ามันกระตุ้นน้ำตา ได้ดีขนาดไหน
ไล่ตงจิ้น เป็นลูกของพ่อขอทานตาบอด มีแม่เป็นคนปัญญาอ่อน(แยกแยะไม่ออกเลยว่าใครคือลูก ใครคือสามี แล้วก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยทั้งเวลากิน เวลาถ่าย) ซ้ำแล้วยังมีพี่สาว 1 คน น้องๆอีก 12 คน หนึ่งในนั้นเป็นปัญญาอ่อนเหมือนแม่ ทั้งหมด 14 ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น "บุคคลดีเด่นของไต้หวัน" เพราะใจที่...ไม่ยอมแพ้ เพียงคำเดียว
ชีวิตวันๆของขอทานครอบครัวนี้ คือการเดินทางรอนแรมด้วยเท้าเปล่าหลายสิบกิโล เพื่อไปขออาหารกินประทังชีวิตไปวันๆ
ก็นะ.....อาหารที่ได้มาก็เป็นเศษอาหาร ส่วนมากบูดไปแล้วด้วยซ้ำ บูดก็ยังต้องกิน ไห้มันมีตกถึงท้อง บ้านที่อาศัยก็เป็นทุ่งนา ศาลเจ้า ใต้ต้นไม้ ชีวิตความเป็นอยู่แย่ยังไม่พอ แถมบางทีทำผิดนิดผิดหน่อย พ่อโมโหร้ายก็ตีจนเดินไม่ได้ ตีตีตี จนสลบก็มี
มีอยู่ตอนนึงโห.....เศร้าสุดๆ ก็เป็นตอนที่พ่อตัดสินใจจะส่งไล่ตงจิ้นเข้าเรียนหนังสือ(เป็นไงหล่ะ ข้าวยังไม่มีจะกิน แต่ยอมส่งลูกเรียน) เลยต้องขายพี่สาว(ที่ไล่ตงจิ้นสนิทและรักมากๆ)ไปให้ซ่อง พอพี่สาวรู้ตัวว่าจะถูกขาย ก็มาให้กำลังใจน้องให้ตั้งใจเรียน โดยไม่ยอมปริปากบอกน้องเลยว่าตัวเองจะถูกขาย เธอยอมเสียสละเพื่อน้องชายไปอยู่นรก (สุดๆเลย....ตอนนี้แหละที่เขื่อนน้ำตาเราแตก ฮือ ฮือ)
แถมตอนเค้าเรียนหนังสือนะ ก็ต้องอดทนต่อการดูถูกของเพื่อนๆ เรียนเสร็จกลับมา หุงข้าว ล้างจาน ทำความสะอาด ดูแล แม่และ น้องๆ แล้วก็เดินเท้าร่วม 30 กิโลไปขอทาน มีเวลานอนแค่คืนละ3-4 ชม
เอาหล่ะ แค่นี้แหละ หอมปาก หอมคอพอ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน
หนังสือเล่มนี้ ติดอันดับขายดี(ที่1 มั้ง) ทั้ง "ซีเอ็ด" และ "B2S" (หลายสัปดาห์แล้วด้วย)
ใครสนใจกำลังอยากร้องไห้ เหมือนเขื่อนแตกละก้ ห้ามพลาดเลย
รึใครคิดว่าชีวิตตัวเองมันแย่ มันสุดจะทน แนะนำให้อ่านเลยจ๊ะ แล้วจะรู้ว่าคุณนะโชคดีขนาดไหน
เรามีlinkที่เป็นเรื่องเต็ม 4 บทแรก ให้อ่านกัน
July 15 ภาค2:อนาคตทางการศึกษามืดมน (แล้วเหรอ) หลังจากที่มีมิตรแท้ แฟนblog เข้ามาเมนท์สอบถามกันขวักไขว่ เห็นทีว่า เราต้องขยายความ ความเป็นมาเป็นไปของoversea plan ของเราแล้วหล่ะ
เพราะว่ายิ่งขยายมาก เพื่อนๆก็เข้าใจเรามากขึ้น ให้กำลังใจเราได้มากขึ้น แล้วก็ช่วยเราได้มากขึ้น
นี่หล่ะนะ เป็นหนึ่งในความดีของ internet ตรงที่ได้เปิดเผยความคิดให้เพื่อนๆหลายๆคนได้เข้ามาแชร์ได้
ก็ต้องขอขอบใจเพื่อนๆด้วยเด้อ ที่เข้ามาให้กำลังใจ แล้วก็ถามกันมา
เริ่มเลยละกัน...............
1.เรามีความฝันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าอยากไปใช้ชีวิตที่เมืองฝรั่งบ้าง เพราะ
-อยากพูดภาษาได้คล่องปรื๋อ ไพเราะ ชวนฟัง ใกล้เคียงเจ้าของภาษาเค้า
-อยากไปเที่ยว เห็นสถานที่ที่แปลกตา พบผู้คนต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม
-อยากเท่ห์เหมือนปะป๋า(ที่เพียรปรับพื้นฐานภาษาให้เรามาตั้งแต่เด็กๆ)
-พาฝรั่งตาน้ำข้าวมาฝากพ่อกะแม่ซักคน (อันนี้ล้อเล่น....ได้ก็ถือว่ากำไร)
2.ถ้าไปเรียนภาษา ก็รู้สึกว่า จ่ายอีกนิดก็ได้ปริญญาโทเมืองนอก มาเป็นเกียรติแก่ชีวิต
3.เป็นไปได้ก็อยากเรียนเมกาอ่ะนะ ก็เคยชินกะสำเนียงหนังhollywood นี่นา คิดว่ามันเพราะสุดแล้วแหละ
แต่ไม่ได้ซีเรียสมากมาย ก็คนมันทุนน้อย ออสก็ได้เรียนระยะสั้นกว่า จ่ายน้อยกว่า
##สิ่งทีเรามีตอนนี้คือ
1.เกรดเฉลี่ยป.ตรี 3.00
2.คะแนน TOEFL 233(computer based)
3.เงินก้นถุงที่สะสมมาตลอดระยะการทำงาน 4 ปี
##สิ่งที่เราต้องจัดการต่อ (คิดเอาเองนะ)
1.เลือกให้ได้ซักทีซิว่าอยากเรียนคณะอะไร
2.เลือกประเทศและยู (คงไม่เรียนยู rank สูงๆ รู้ตัวว่าตัวเองไม่ค่อยเก่ง ไม่อยากทรมานตัวเอง อยากเรียนชิลๆ)
3. เมียงมองหาทุนทุกประเภท มาอุดส่วนต่างให้หมด
#สิ่งที่เราคิดว่าเราชอบ และน่าจะทำเป็นสัมมาอาชีพ ต่อไป
1.เราชอบเรื่อง database แหละ
ตอนสมัยเรียน เราชอบวิชา system analysis, database แต่ไม่ค่อยชอบพวก programming
ตอนทำงาน เราชอบทำงานพวกข้อมูลเยอะๆ ประมาณทำ report จากระเบียนข้อมูลเยอะๆ
ชอบช่วยเพื่อนดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล
แถมตอนนั้น ไปเจอเพื่อนที่เค้าทำdata mining ได้เงินเยอะ แถมฟังดูน่าสนใจเพราะเพื่อนบอก เค้าออกแบบreportให้บริษัทโปรแกรมSAS(โปรแกรมทางstat) (ตอนนี้เราก็นั่งหารายละเอียดอยู่ว่า เจ้าdata mining มันคืออันหยัง) เราไม่รู้หรอกว่าเราทำได้ไหม ต้องติดตาม
คณะ Candidate: MIS (Management Inf. System)
ข้อดี ได้รายได้เยอะ, น่าจะได้เจอคนเยอะฒ ได้เงินดี(เดาเอาเอง-ก็เพื่อนได้เยอะอะ)
ข้อเสีย ท่าจะเรียนยากหน่อย ทำงานเครียดหน่อย
2.แต่ใจลึกๆ ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองรักการสอนแหละ ชอบพูดให้คนฟัง ชอบอารมณ์ตอนที่สอนไป แล้วนักเรียนเก็ท
ตอนสมัยเรียน ชอบติวเพื่อนๆ, รับจ็อบเป็นครูสอนพิเศษ เสาร์-อาทิตย์
ตอนทำงาน ยังชอบสอน น้องใหม่อยู่เลย
คณะ Candidate: ยังไม่มีเลย
ข้อดี ถ้าได้สอนเด็กๆก็ดีนะ สบายใจ เด็กไม่มีพิษมีภัย แถมเหมือนได้ทำบุญด้วยตลอดเวลา
ข้อเสีย ยังนึกไม่ออกว่าจะสอนวิชาไรอะดิ ภาษาอังกฤษเหรอ จะเปิดโรงเรียนเองเลย รึเป็นครูตามโรงเรียน
July 11 อนาคตทางการศึกษามืดมน (แล้วเหรอ)หยุดยาวที่ผ่านมา แม่มาหาที่ bangkok ด้วยแหละ
หอบกล้วย เงาะ มาฝากเยอะแยะเลย
แม่คงไม่รู้ว่าที่ bangkok เค้าก็มีผลไม้พวกนี้ขายกัน
มีคืนนึงที่ห้อง อยู่ดีๆแม่ดันถาม
"แล้วลูกวางแผนเรื่องเรียนต่อว่าไงบ้าง"
เงียบ..........................................
-_-"
ถ้าจำไม่ผิดเรากลั้นหายใจด้วยเลยนะ เดี๋ยวแม่ได้ยินเสียงลมหายใจ
เฮ้อ ..........
เหมือนช่วงนี้ใช้พลังทั้งหมดไปกับงานที่ออฟฟิศ
กลับบ้านมาก็หลับ เสาร์อาทิตย์ก็หมดแรง
ไม่มีเวลาคิดเรื่องเรียนต่อเลย จะเอาไงต่อกับชีวิตดีนะ
เรียนที่ไหน คณะอะไร เอาตังค์ที่ไหนมาเรียน
ไปตายดาบหน้าเลยดีไหม
แล้วจะสอบGMAT ไว้เผื่อเลยดีไหม แต่บางยูเค้าก็ไม่requireซักกะหน่อย
สมควรเลือกยูก่อนไหม
ไม่ได้คิดอะไรซักกะอย่าง มันเหมือนเราโหมหนักทุ่มเทกับมันมานานแสนนาน
แล้วอยู่ดีดี ก็หมดแรง หยุดซะดื้อๆงั้นแหละ
โอ๊ว รึอนาคตทางการศึกษาของเราจะจบลงซะแย้ว.........
|
|
|