Ann's profileAnn Ja+PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 19

    เพลงประจำแผนก

    Bad Day

    by Daniel Powter

     

    Where is the moment we need at the most

    You kick up the leaves and the magic is lost

    They tell me your blue skies fade to grey

    They tell me your passion's gone away

    And I don't need no carryin' on

     

    You stand in the line just to hit a new low

    You're faking a smile with the coffee to go

    You tell me your life's been way off line

    You're falling to pieces everytime

    And I don't need no carryin' on

     

    Cause you had a bad day

    You're taking one down

    You sing a sad song just to turn it around

    You say you don't know

    You tell me don't lie

    You work at a smile and you go for a ride

    You had a bad day

    The camera don't lie

    You're coming back down and you really don't mind

    You had a bad day

    You had a bad day

     

    Well you need a blue sky holiday

    The point is they laugh at what you say

    And I don't need no carryin' on

     

    You had a bad day

    You're taking one down

    You sing a sad song just to turn it around

    You say you don't know

    You tell me don't lie

    You work at a smile and you go for a ride

    You had a bad day

    The camera don't lie

    You're coming back down and you really don't mind

    You had a bad day

     

    (Oh.. Holiday..)

    Sometimes the system goes on the blink

    And the whole thing turns out wrong

    You might not make it back and you know

    That you could be well oh that strong

    And I'm not wrong

    So where is the passion when you need it the most

    Oh you and I You kick up the leaves and the magic is lost

     

    Cause you had a bad day

    You're taking one down

    You sing a sad song just to turn it around

    You say you don't know

    You tell me don't lie

    You work at a smile and you go for a ride

    You had a bad day

    You've seen what you like

    And how does it feel for one more time

    You had a bad day

    You had a bad day

     

    เพลงนี้เป็นเพลงฮิตตั้งแต่ปีที่แล้ว

    แต่มันกลายเป็นเพลงประจำแผนกเราตอนนี้

     

    ในยามที่บรรยากาศครุกรุ่นอย่างนี้

    ไม่มีอะไรปลอบใจเราได้ดีเท่าประโยคที่ว่า

    You had a bad day

    You had a bad day

     

    อุอุ กระแทกอารมณ์ดีแท้

    บางที ตอนเจ้านายไม่อยู่ ก็เปิดไป ร้องไป ในออฟฟิศนั่นแหละ

     

    ทางระบายลมเล็กๆ ในห้องอันอบอ้าว

    ........................................................

     

     

    ใครเคยดูมิวสิคเพลงนี้บ้าง.......น่ารักดีนะ

    เรื่องมีอยู่ว่า มีหนุ่มสาวคู่หนึ่ง

    ทั้ง 2 ไม่รู้จักกันหรอกนะ

    ต่างคนต่างอยู่คนเดียว ไม่มีใคร

    ตื่นเช้ามา ก็ไปทำงาน

     

    ที่ทำงานต่างคนก็มีปัญหา มีความเครียด

    กลับบ้านมา ก็อยู่คนเดียว

    เหมือนชีวิตไม่มีอะไร แค่ทำให้มันหมดไปวันๆ

     ..................

     

    แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่แย่ๆ เหมือนทุกวัน

    นางเอกของเรา เกิดเห็นป้ายโฆษณาที่ป้ายรถเมล์

     นึกสนุก วาดรูปแต่งเติมภาพโฆษณา

    พระเอกเดินมา เออแฮะ

    ใครมาวาดไรไว้ วาดเพิ่มลงไป

     

    ก็เป็นอย่างนี้อยู่พักนึงอะ

    วาดรูปตอบโต้ กันไปมา

     

    เรามองว่าทั้งคู่ไม่ได้รู้เลยนะ

    ว่าใครเป็นคนมาวาดเติม

     

    แต่เมื่อวาดไปวาดมา

    ทั้งคู่ ก็รู้สึกสนุกกับมัน และมีความสุข

     

    คนเราเมื่อมีความสุข หน้าตาก็เบิกบาน

    แล้วทั้งคู่ก็เกิดรู้จักกัน ในวันฝนตกวันหนึ่ง

     

    เพราะความสุข ทำให้อยากหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กัน

     

    ขณะที่นางเอกกำลังเรียกรถแท็กซี่ ตัวเปียกปอน

    พระเอกเห็นเข้า เลยช่วยเอาเอกสารไปบังฝนให้

    แล้วเค้าก็ได้เริ่มคุยกัน...........

     

    แปลกมั๊ย ทั้งที่ทั้งสองคน เดินสวนกัน ทุกๆวัน

    ทำงานตึกตรงกันข้ามกัน

    ออกจากบ้านเวลาเดียวกัน

    แต่ไม่เคยรู้จักกันเลย

     

    เพราะทั้งคู่มัวแต่หมกมุ่นเศร้าตรมอยู่แต่เรื่องของตัวเอง

     

    ซึ้งมั๊ยหล่ะ.............................

     

     

    เราเคยอ่านบทความของ เข็ม ตีสิบ นะ

    เค้าให้สัมภาษณ์ไว้ใน cleo เมื่อหลายปีมาแล้วแหละ

     

    ชอบมากๆ เราว่าเข้ากับสถานการณ์นี้เลย

    เค้าว่า “เมื่อดอกไม้บาน แมลงก็จะมาตอม”

     

    เอ.....แล้วเมื่อไหร่ ของเราจะบานนะ -_-“

    June 10

    ใจเย็นๆหน่อยได้ไหมหล่ะ

    ทุกครั้งเวลาเราโกรธสุดขีด  ถึงขั้นควันออกหู  หน้าแดงแปร๊ดนี่  หลังจากนั้นก็จะรู้แย่กับตัวเองมากมากทุกทีเลย  เหมือนคำที่เค้าว่า
     
          "โกรธคือโง่  โมโหคือบ้า"
     
    มันเหมือนโง่จริงๆนะ  ที่ให้อารมณ์ของเราเองมาทำให้ตัวเองดูแย่  ดูไร้ค่า งี่เง่า  แถมสังคมยังรังเกียจอีก
     
     
    จริงๆแล้ว  ทั้งหมดทั้งปวง  มันก็อยู่ที่ตัวเราเองแหละ  ถึงใครจะทำอะไรเรารุนแรง หรือทุเรศแค่ไหน  แต่ถ้าเราไม่เก็บไปคิด  เก็บไปกดดันตัวเอง  มันก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก
     
    ใช่ไหม
     
    อย่าไปบ้าตามคนบ้าเลยแอน
     
    มีสติหน่อย
     
     
     
     
     
    June 07

    คนที่สมควรถูกรัก

    ไม่มีนิยามตายตัวเนอะว่า.....คนแบบไหนน่าจะได้ความรักจากคนรอบข้าง
     
    มีเพื่อนเราคนหนึ่ง  ชื่อ ต๋อม  เป็นเพื่อนเราตั้งแต่ม.ปลาย 
    ไม่อยากจะอวดให้ใครๆอิจฉาเลยแหละ  ว่าเค้ารักเรามาก 
     
    แอ๊ะ แอ๊ะ  ไม่ต้องอมยิ้ม 
    เค้าไม่ใช่ผู้ชายนะ  ไม่ได้รักแบบชู้สาวจ๊ะ
    เค้ารักเราแบบเพื่อน  "เพื่อนรัก"
     
    บางคนอาจสงสัยว่า  แล้วไอ้แอนไปรู้ได้ไงเล่า  ว่าเค้ารักแกนัก รักแกหนา
     
    มันเป็นความรู้สึกล้วนๆจ๊ะ
    ก็ดูดิ......เราพรากจากกันมาตั้งแต่ ม.ปลาย  แต่เพื่อนคนนี้ไม่เคยลืมวันเกิดเราเลย
    คอยติดต่อ  ฟังเรื่องราว  ถามสารทุกข์สุขดิบกันตลอด  ห่างกันซักระยะ  ต้องโทรมานัดเจอ  หรือมาหาเอง
     
    มีอยู่ครั้งนึงตอนเรียนมหาลัยอยู่  ต๋อมเซอร์ไพร์เราสุดๆเลย   ต๋อมนั่งมอเตอร์ไซค์จากราชเทวีไปลาดกระบัง  เพื่อจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้แอน    ขอย้ำว่าจากราชเทวีไปลาดกระบัง
     
    เป็นไง  อิจฉาใช่ไหมหล่ะ
     
    แล้วเราหล่ะ......
    ลืมวันเกิดต๋อมเป็นประจำ  ไม่ค่อยโทรหา  ลืมเพื่อน  อิอิ
     
    เนี๊ยะ...  เราทำตัวแย่ขนาดนี้แล้ว  แต่ต๋อมก็ยังรักเรา
     
    แถมบางที  เรายังดันรู้สึก  อยากให้คนโน้น  คนนี้ มารักเราอีก 
    .........ทั้งๆที่มีของมีค่าอยู่แล้ว 
     
    แย่จัง...... ไอ้แอน
     
    แต่ พักหลังๆ  เราเริ่มสำนึกแล้วนะ
    วันเกิดปี่นี้ของต๋อม  เราก็เอาของขวัญไปให้ต๋อมเหมือนกัน
    ไปหาต๋อม(พร้อมเรื่องหนักใจไปปรึกษา.....5555)
     
    แต่อย่างน้อยเราก็เริ่มมาถูกทางแล้วนี่นา 
    อย่างน้อย  เราก็เริ่มทำตัวให้สมกับความรักที่ได้รับ
     
    เก่งจัง...... คุณแอน
     
    พวกแกหล่ะ  มีคนที่รักแก  มากมาก รึเปล่า  เอามาแชร์กันหน่อยดิ
    เป็นใครก็ได้  เราไม่ตาร้อนหรอก
    June 06

    งานเลี้ยงวันเกิดเหรอนี่

    เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว  หนิงชวนเราไปงานเลี้ยงวันเกิดของหนูน้อยวัย 7 ขวบ

    งานนะ  หญ่ายยยยย  มาก   จัดที่โรงแรมแถวๆเอ็มโพเรียม  มีเด็กๆมาร่วมงานร่วม 30 คนแหนะ  มีผู้ปกครองก็ประมาณ 20 คนได้

    ตอนไปถึงงานตอนแรก  ถึงกับอึ้งอ่ะ  เด็กเยอะมาก คนโน้นก็น่ารัก อุ้ยอันนี้ก็น่าหยิก  วิ่งกันให้ขวักไขว่เลย

    เรานะเพลินไปพักใหญ่  เล่นกะเด็ก  เด็กๆน่ารักมากๆ  แก้มยุ้ย สีแดง ห้อยลงมา ปากเล็ก ตากลม หน้าใส 

     

     

    นี่เลย  เจ้าของวันเกิด  ชื่อโยชิ คาเซ  คร๊าบบบบ 

     

     

     

     

    นี่  ดูเค้กวันเกิดซะก่อน  สุดยอดดดด  

     

     

     

     

    ตอนตัดเค้กจ๊ะ

     

     

     

     

    มีมายากลมาเล่นโชว์เด็กๆ ด้วย  (ผู้ใหญ่ก็ชอบด้วย)     แล้วยังมีเกมอีก 

     

     

     

    แม่ลูก  คู่นี้  น่ารักจัง

     

     

     

    เราชอบคนนี้แหละ  อิอิ  วันนี้น้องเค้าอารมณ์ไม่ค่อยดี  เดินถือลูกโป่งไล่ตีคนอื่น  แต่เค้าตีไม่โดนหรอกนะ  ได้แต่แกว่งไป แกว่งมา  แล้วทำหน้าเบ้ ประมาณว่า หงุดหงิดโว้ย ดนตรีไม่เพราะ  อาหารไม่อร่อย  อยากพาล   

     

     

    ถ่ายมาแค่นี้แหละ  จริงๆแล้วมีเด็กน่ารักๆที่เราติดใจอีกตั้งหลายคน  แต่ไม่ค่อยกล้าถ่าย  คือเหมือนเราจะบ้าถ่ายรูปอยู่คนเดียว  คนอื่นเค้าถ่ายเฉพาะช็อตสำคัญ  อย่างตอนเปล่าเทียน  เรานะไล่ตามถ่ายตลอด อิอิ   

     

     

    June 03

    บ้าเห่อ

    หลังจากที่ได้ลองขีดๆเขียนๆ  วันแรกแล้ว  ไม่ว่าจะทำอะไรใจก็คิดถึงblogหมด 
    เอ...อันนี้น่าจะเอาไปเล่านะ 
    อืม...เรื่องนี้ก็น่าสนใจจัง
     
    แต่ก็นะ  ช่วงนี้งานมันอีรุงตุงนังยิ่งกว่าอะไรดี  ก็ได้แต่คิด คิด คิด  อยู่ในหัว  ไม่มีโอกาสได้อัพเลย
     
    แต่เราว่าการที่เราจมดิ่ง  คิดอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  มันก็ทำให้ชีวิตดีนะ  มันไม่เหงา  มันไม่ต้องพึ่งใคร  อยู่ตัวคนเดียวก็มีความสุขได้ อิอิ  
     
    วันนี้  มาว่ากันด้วยเรื่องของคำศัพท์เกี่ยวกับกริยาท่าทางกันดีกว่า คำพวกนี้เป็น verb หมดเลยจ๊ะ 
     เริ่มเวยนะ........ go!
    1. nod = พยักหน้า
    2. glare = จ้องมอง 
    3. shrug = ยักไหล่  <อันนี้ฝรั่งชอบทำนะ  แต่คนไทยไม่ยักจะทำ>
    4. grin = ฉีกยิ้มกว้างๆ  กว้างแบบสุดๆ
    5. beam = ยิ้มแต่ไม่กางเท่า grin  <งั้น พี่บีม D2B นี่  ชื่อไทย  คือ พี่ยิ้มนี่เอง อิอิ>
    6. giggle = หัวเราะคิกคัก   <เหมือนที่ยายนาตาลี เพื่อนเราที่ออฟฟิศชอบทำ>
    7. wrinkle = ย่น    <จำโฆษณา Loreal wrinkle decrease ได้ไหมหล่ะ อันเดียวกันเลย แต่ของโฆษณาเค้า  น่าจะเป็น noun นะ  แต่คำที่เรายกมาเป็น verb แหละ>
    8. frown  = ทำหน้านิ่ว คิ้วขมวด  <อันนี้ตอนต้องนั่งอยู่หน้า excel นานๆ แล้วเจ้านายเร่งยิก  จะเป็นขึ้นมาทันทีเลย  ห้า ห้า>
     
     
    เมื่อวันศุกร์ที่แล้วมีพี่ที่เคยทำงานที่บริษัท  เข้ามาเยี่ยม  เค้าชมเราใหญ่เลยว่า  เราอึดมากเลย  ที่อยู่บริษัทนี้มาได้ตั้ง 4 ปี 
     
    ก็นะ....ถึงจะมีแต่คนบ่นว่าไม่ดียังโง้นยังงี้   แต่เราก็ยังรู้สึกดีอยู่นะ<อย่างน้อยก็เรื่องเงินเดือน การลางาน เวลาเข้างาน)
     
     
     
     
    June 01

    วันแรก

    วันนี้เป็นแรกที่ได้บันทึกไดของตัวเอง  <ด้วยแรงเชียร์จากจอยลิน  >
     
    ปกติ เราก็เป็นคนชอบอ่านไอ้จำพวก web diary มาตั้งนานนมแล้วหล่ะ
     
    1.www.ibick.com เวบนี้เมื่อก่อนติดงอมแงมเลยหล่ะ  ขนาดเมื่อก่อนยังไม่มีคอมเป็นของตัวเองเลยนะ  อาศัยเข้าไปเล่นเน็ทในห้องภาค  แล้วอ่านเอา  เจ้าของเวบเป็นดีเจ  ชือ่พี่บิ๊ก เวบเค้าออกแบบสวย  ตลก  และที่สำคัญสอนภาษาอังกฤษด้วย  แต่เสียดายจังที่ตอนนี้  เค้าเลิกเขียนไปแล้ว
     
    2.www.diaryhub.com/tomakelove  อันนี้เจ้าของเป็นผู้หญิงอารมณ์ดี  ไปเรียนเมืองนอกกะแฟนเค้า  อ่านแล้วเพลินดี
     
    3.www.pixellive.com  อันนี้เวบของเติร์ด  เพื่อนร่วมสถาบัน  เค้าเป็นคนที่เก่งมากๆเลยนะ  ทั้งถ่ายภาพ  วาดรูป  แต่งเพลง  เขียนหนังสือ
     
    4.http://applee.exteen.com/ เวบของรูมเมทเก่าเราเอง  บินไปเรียนที่อเมริกา  เมื่อก่อนสมัยนอนติดกันก็นอนคุยกันเรื่องเรียนเมืองนอก  แต่ไหงเปิ้ลไปก่อนเราซะหล่ะ  เราคงต้องพยายามบ้างแล้วหล่ะ  เปิ้ลเป็นผู้หญิงที่ฉลาด  เก่ง  แล้วก็ช่างคิด อ่านแล้วทำให้เรารู้ว่า  การไปเรียนเมืองนอกนั้น มันอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่เราคิดแล้วหล่ะ
     
    5.http://spaces.msn.com/joylinka/  อันนี้เพิ่งเริ่มอ่านเมื่อวานนี้เอง  เราชอบคุยกับจอยลินตั้งแต่สมัยเรียนแล้วแหละ  แล้วพอมาอ่านไดจอย  รู้สึกสบายใจดีอ่ะ  ชอบ ชอบ
     
    เอาหล่ะ  วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน  ปวดตาแว้ว  ช่วงนี้ทำงานหนัก  พลังหมด บาย บาย